เทคนิคการรักษาด้วย Ultrasound Therapy เพื่อลดอาการปวด
MS Rehab Clinic เข้าใจถึงดีถึงอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาการออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง หรือการบาดเจ็บเฉียบพลัน ซึ่งคือปัญหาที่เราเชี่ยวชาญ และหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงและอ่อนโยนที่สุดที่เราใช้ คือ Ultrasound Therapy หรือการทำ Ultrasound กายภาพบำบัด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียงที่ช่วยลดปวดและเร่งการฟื้นฟูได้ลึกถึงต้นตอ
Ultrasound Therapy คืออะไร
Ultrasound Therapy (หรือ Therapeutic Ultrasound) คือ การใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (0.75 – 3 MHz) เพื่อ “การรักษา” ทางกายภาพบำบัด (ไม่ใช่การตรวจวินิจฉัยแบบดูทารกในครรภ์) โดยพลังงานคลื่นเสียงจะถูกส่งผ่านชั้นผิวหนังลงไปลึก 2-5 เซนติเมตร เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บโดยตรง
Ultrasound Therapy ทำงานอย่างไร (โหมดร้อน vs โหมดไม่ร้อน)
หลักการสำคัญของการทำ Ultrasound กายภาพบำบัด คือการส่งพลังงานกล (คลื่นเสียง) ลงไปในเนื้อเยื่อเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟู โดยมี 2 โหมดหลักที่นักกายภาพบำบัดจะเลือกใช้ตามระยะของอาการบาดเจ็บ ได้แก่
- โหมดความร้อน (Continuous Mode – Thermal Effect) : คือการปล่อยคลื่นเสียงต่อเนื่อง ทำให้เกิด “ความร้อนลึก” ในชั้นกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด เพิ่มความยืดหยุ่นของพังผืด และลดอาการปวดเกร็งเรื้อรัง
- โหมดไม่ใช้ความร้อน (Pulsed Mode – Non-Thermal Effect) : คือการปล่อยคลื่นเสียงเป็นจังหวะ ไม่เกิดความร้อน แต่ใช้ “การสั่นสะเทือนระดับจุลภาค” (Micro-massage) เพื่อลดการอักเสบเฉียบพลัน ลดบวม และเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
Ultrasound Therapy ช่วยรักษาอาการใดได้บ้าง

ด้วยความสามารถในการปรับโหมดร้อนและไม่ร้อน การทำ Ultrasound กายภาพบำบัด จึงเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่หลากหลาย สามารถรักษาได้ครอบคลุมตั้งแต่อาการปวดเรื้อรังยอดฮิต ไปจนถึงการบาดเจ็บเฉียบพลัน และปัญหาสุขภาพเฉพาะทางของคุณผู้หญิง
การรักษาออฟฟิศซินโดรม (ปวดคอ บ่า) และอาการปวดเรื้อรัง
สำหรับชาวออฟฟิศซินโดรม หรือผู้ที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง Ultrasound Therapy (โหมดความร้อน) ถือเป็นเครื่องมือหลักในการคลายปมกล้ามเนื้อที่ฝังลึก ซึ่งการนวดหรือประคบร้อนทั่วไปอาจเข้าไม่ถึง
- ลดอาการปวดตึง : ความร้อนลึกช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง (Muscle Cramps) บริเวณ คอ บ่า ไหล่ หรือหลังส่วนล่าง
- เพิ่มความยืดหยุ่น : ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของพังผืดและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำให้ข้อต่อที่ยึดติด (เช่น ไหล่ติด) เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
- เพิ่มการไหลเวียนเลือด : ช่วยนำพาออกซิเจนมาเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ขาดเลือด และลดการคั่งค้างของสารกระตุ้นความปวด
การรักษาเอ็นอักเสบ (รองช้ำ ข้อศอก) และลดบวม
ในกลุ่มอาการบาดเจ็บระยะเฉียบพลัน หรือการอักเสบของเส้นเอ็น การทำ Ultrasound กายภาพบำบัด (โหมดไม่ใช้ความร้อน) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเร่งกระบวนการซ่อมแซมและลดการอักเสบ
- ลดบวมและอักเสบเฉียบพลัน : เช่น อาการข้อเท้าพลิก กล้ามเนื้อฉีก หรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา การสั่นสะเทือนระดับจุลภาคจะช่วยลดการบวมและยับยั้งการอักเสบ
- เร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ : กระตุ้นการฟื้นฟูของเซลล์และการสังเคราะห์โปรตีน ใช้ได้ดีกับแผลหลังผ่าตัดเพื่อลดการเกิดแผลเป็น
- รักษาเอ็นอักเสบ : เช่น โรครองช้ำ หรือเอ็นข้อศอกอักเสบช่วยลดการอักเสบที่จุดเกาะของเส้นเอ็น
Ultrasound ช่วยสลายท่อน้ำนมอุดตัน (กระตุ้นน้ำนม) ได้อย่างไร
นี่คืออีกข้อดีของ Ultrasound Therapy สำหรับคุณแม่ให้นมบุตร ที่มีภาวะท่อน้ำนมอุดตัน หรือเต้านมอักเสบโดยนักกายภาพบำบัดจะใช้ “โหมดไม่ใช้ความร้อน” (Pulsed Mode) ซึ่งปลอดภัยและไม่เจ็บ เพื่อช่วยแก้ไขอาการเหล่านี้
- สลายก้อนอุดตัน : พลังงานคลื่นเสียงที่สั่นสะเทือน (Micro-massage) จะช่วย “เขย่า” และ “สลาย” ก้อนไขมันหรือน้ำนมที่แข็งตัวอุดตันให้แตกตัวออก
- ลดการอักเสบ : ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อเต้านมบริเวณที่คัดตึงเป็นก้อนไต
- เพิ่มการไหลเวียน : เมื่อก้อนสลายตัว น้ำนมใหม่จะสามารถไหลเวียนผ่านท่อได้สะดวกขึ้น หรือที่เรียกกันว่าช่วย “กระตุ้นน้ำนม” นั่นเอง
ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วย Ultrasound Therapy

การทำ Ultrasound กายภาพบำบัด เป็นการรักษาที่ปลอดภัยและเหมาะกับกลุ่มอาการที่หลากหลาย โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดหรือไม่ชอบการรักษาที่เจ็บปวด เช่น
- ผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่า หลัง เรื้อรัง
- ผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง หรือข้อต่อยึดติด
- ผู้ที่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ทั้งในระยะเฉียบพลัน (บวม) และเรื้อรัง (เอ็นอักเสบ)
- คุณแม่ให้นมบุตรที่มีภาวะท่อน้ำนมอุดตัน หรือเต้านมคัดตึงเป็นก้อน
- ผู้ที่เป็นโรครองช้ำ หรือ เอ็นข้อศอกอักเสบ
ขั้นตอนการรักษาด้วย Ultrasound Therapy
ขั้นตอนการทำ Ultrasound กายภาพบำบัดนั้นง่าย รวดเร็ว และผ่อนคลาย โดยเฉพาะที่ MS Rehab Clinic ทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้การดูแลของนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ ซึ่งขั้นตอนการรักษา มีดังนี้
- ประเมินอาการ : นักกายภาพบำบัดจะซักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อระบุตำแหน่งของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือก้อนที่อุดตัน และเลือกโหมดการรักษาที่เหมาะสม
- ทาเจล : นักกายภาพจะทาเจลใส (เจลสำหรับอัลตราซาวนด์โดยเฉพาะ) ลงบนผิวหนังบริเวณที่จะรักษา เพื่อเป็นตัวกลางให้คลื่นเสียงส่งผ่านลงไปในเนื้อเยื่อ
- ทำการรักษา : นักกายภาพจะใช้หัวอัลตราซาวนด์ วางสัมผัสบนผิวหนังและนวดวนเบา ๆ บริเวณที่มีอาการ
ความรู้สึกขณะทำ : การทำ Ultrasound Therapy “ไม่เจ็บ” เลย หากใช้โหมดไม่ร้อน (Pulsed) อาจจะไม่รู้สึกอะไรเลย หรือหากใช้โหมดร้อนก็จะรู้สึกอุ่นสบายลึก ๆ
ข้อห้ามและผลข้างเคียงจาก Ultrasound Therapy
Ultrasound Therapy ถือเป็นการรักษาทางกายภาพบำบัดที่มีความปลอดภัยสูงมาก อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังและข้อห้ามในบางกรณีที่ต้องแจ้งนักกายภาพบำบัดก่อนเสมอ
ข้อห้ามในการทำ Ultrasound Therapy
- ห้ามทำในสตรีมีครรภ์ บริเวณท้อง หลังส่วนล่าง หรือเชิงกราน
- ห้ามทำในบริเวณที่มีเนื้องอกหรือมะเร็ง
- ห้ามทำในบริเวณที่มีการอักเสบติดเชื้อรุนแรง
- ห้ามทำในบริเวณที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือหลอดเลือดอุดตัน
- ห้ามทำบริเวณดวงตา
ผลข้างเคียงจาก Ultrasound Therapy
- ผลข้างเคียงหลักคือการไหม้ หากใช้โหมดความร้อนแล้วไม่เคลื่อนหัวอัลตราซาวด์ หรือหยุดค้างไว้ที่จุดเดียว
- อาจรู้สึกปวดตื้อลึก ๆ บริเวณกระดูก หากใช้พลังงานสูงเกินไปในบริเวณที่อยู่ตื้น นักกายภาพจะปรับลดพลังงานลงทันที
- อาจเกิดการระคายเคืองผิวหนังเล็กน้อย (พบน้อยมาก) หากผู้ป่วยมีอาการแพ้เจลอัลตราซาวนด์ที่ใช้เป็นตัวกลางในการส่งคลื่น
คำถามที่พบบ่อยในการทำ Ultrasound Therapy
Ultrasound กายภาพบำบัด ต่างจากอัลตราซาวนด์ดูครรภ์อย่างไร
การทำอัลตราซาวนด์ดูครรภ์ จะใช้คลื่นเสียงพลังงานต่ำเพื่อสะท้อนกลับมาสร้างภาพเพื่อการวินิจฉัย แต่การทำ Ultrasound กายภาพบำบัด จะใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงกว่าเพื่อรักษา โดยส่งพลังงานลงไปในเนื้อเยื่อ ช่วยลดปวด ลดอักเสบ และเร่งการซ่อมแซม
ทำไมการทำ Ultrasound กายภาพบำบัด ต้องมีโหมดร้อนและโหมดไม่ร้อน
เพราะใช้รักษาอาการคนละช่วงระยะกัน ซึ่งแตกต่างกัน ดังนี้
- โหมดร้อน (Continuous) ใช้ความร้อนลึกเพื่อคลายกล้ามเนื้อเรื้อรัง (เช่น ออฟฟิศซินโดรม) เพิ่มการไหลเวียนเลือด และเพิ่มความยืดหยุ่นของพังผืด
- โหมดไม่ร้อน (Pulsed) ใช้ลดบวม อักเสบเฉียบพลัน (เช่น ข้อเท้าพลิก) หรือใช้สลายท่อน้ำนมอุดตัน โดยไม่กระตุ้นการอักเสบเพิ่ม
ความถี่ 1 MHz และ 3 MHz ที่เครื่อง Ultrasound ต่างกันยังไง
จะต่างกันที่ความลึกในการรักษา ดังนี้
- 1 MHz (ความถี่ต่ำ) : ใช้สำหรับเนื้อเยื่อที่อยู่ “ลึก” เช่น กล้ามเนื้อหลังส่วนลึก หรือกล้ามเนื้อสะโพก
- 3 MHz (ความถี่สูง) : ใช้สำหรับบริเวณที่อยู่ “ตื้น” เช่น เอ็นข้อศอก นิ้วมือ ข้อเท้า หรือพังผืดใต้ฝ่าเท้า (รองช้ำ)
