
อาการปวดส้นเท้าไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าธรรมดาที่ปล่อยไว้แล้วจะดีขึ้นเอง แต่นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเกี่ยวกับกระดูกและเส้นเอ็นที่ซ่อนอยู่ หากคุณกำลังเผชิญกับความทรมานทุกครั้งที่ก้าวเดิน MS Rehab Clinic คลินิกกายภาพบำบัดเฉพาะทาง ขอพาคุณไปเจาะลึกสาเหตุที่แท้จริงว่าอาการปวดส้นเท้าเกิดจากอะไร พร้อมแนะนำวิธีรักษาอย่างตรงจุดเพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้คุณอีกครั้ง
ปวดส้นเท้า เกิดจากอะไร เช็กสัญญาณเตือนโรคฮิตที่พบบ่อย

หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่าอาการปวดส้นเท้าเกิดจากอะไร ทำไมถึงรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ลงน้ำหนัก ความจริงแล้วความเจ็บปวดบริเวณนี้ไม่ได้เป็นเพียงโรคเดียวเสมอไป แต่ละตำแหน่งที่รู้สึกเจ็บสามารถเป็นตัวช่วยในการวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้ เรามาดูกันว่าตำแหน่งที่คุณกำลังเจ็บอยู่นั้นกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงโรคเรื้อรังชนิดใด
ปวดส้นเท้าตอนเช้า ก้าวแรกเจ็บจี๊ด สัญญาณเตือนของโรครองช้ำ
อาการเจ็บจี๊ดหรือแสบร้อนบริเวณส้นเท้าช่วงเช้าหลังตื่นนอน โดยเฉพาะก้าวแรกที่ลงจากเตียง ถือเป็นสัญญาณอันตรายของโรครองช้ำ หรือภาวะพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ ซึ่งเกิดจากการที่เส้นเอ็นไม่ถูกใช้งานตอนนอนจนหดรั้ง เมื่อตื่นมาแล้วก้าวเดินทันที พังผืดที่ฝ่าเท้าจะถูกดึงกระชากจนรู้สึกปวดส้นเท้าอย่างรุนแรง แม้เดินไปสักระยะอาการอาจจะทุเลาลงบ้าง แต่ก็จะกลับมาปวดใหม่เมื่อเริ่มเดินหลังนั่งพักเป็นเวลานาน หากปล่อยเรื้อรังจะรักษายากขึ้น
ปวดส้นเท้าด้านหลัง ขึ้นบันไดลำบาก เสี่ยงเอ็นร้อยหวายอักเสบ
หากคุณมีอาการปวดส้นเท้าด้านหลัง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องขยับข้อเท้า เดินขึ้นลงบันได หรือเขย่งปลายเท้า นั่นคือสัญญาณเตือนของโรคจุดเกาะเอ็นร้อยหวายอักเสบ อาการปวดส้นเท้าด้านหลังนี้มักเกิดจากการอักเสบบริเวณที่เอ็นร้อยหวายเชื่อมต่อกับกระดูกส้นเท้า มักพบได้บ่อยในผู้ที่ออกกำลังกายหนักโดยไม่อบอุ่นร่างกาย หรือใช้งานเท้าต่อเนื่อง หากละเลยไม่ยอมรักษา อาการอักเสบอาจรุนแรงจนทำให้เอ็นร้อยหวายหนาตัวและเสี่ยงฉีกขาดได้
ปวดร้าวลึกมีอาการชา สัญญาณโรคเส้นประสาทข้อเท้าถูกกดทับ
หากคุณรู้สึกปวดร้าวลึก ๆ ปวดแปลบ หรือมีอาการชาและแสบร้อนร่วมด้วย อาการปวดส้นเท้าลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะเส้นประสาทบริเวณด้านในข้อเท้าถูกกดทับ อาการชามักจะรุนแรงขึ้นเมื่อต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน ซึ่งแตกต่างจากการอักเสบของเส้นเอ็นทั่วไปตรงที่ จะมีอาการปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาทจนถึงปลายนิ้วเท้าร่วมด้วย หากมีอาการปวดลักษณะนี้ควรรีบพบผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจประเมินระบบประสาทอย่างละเอียด
5 ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมยอดฮิตที่ทำให้เกิดอาการปวดส้นเท้า

นอกเหนือจากตัวโรคแล้ว สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดส้นเท้า มักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่เราอาจมองข้าม ซึ่งก่อให้เกิดแรงกดทับซ้ำ ๆ จนเนื้อเยื่อบาดเจ็บ ลองมาเช็กกันดูว่าคุณกำลังมีพฤติกรรมทำร้ายเท้าจนเสี่ยงต่ออาการปวดเหล่านี้อยู่หรือไม่
1.น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ทำให้ส้นเท้ารับภาระและแรงกดทับมาก
สรีระและน้ำหนักตัวมีผลอย่างมากต่อการเกิดอาการปวด หากคุณมีน้ำหนักตัวมากเกินมาตรฐานหรืออยู่ในภาวะโรคอ้วน ฝ่าเท้าจะต้องแบกรับน้ำหนักมหาศาลในทุก ๆ ก้าวเดิน แรงกดทับที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้จะส่งผลให้พังผืดและเส้นเอ็นทำงานหนักเกินขีดจำกัด ทำให้เกิดการบาดเจ็บและอักเสบได้ง่ายขึ้น จนกลายเป็นอาการปวดส้นเท้าเรื้อรังในที่สุด การควบคุมน้ำหนักจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้
2. ใช้งานเท้าหนัก ยืนหรือเดินเป็นเวลานานจนเนื้อเยื่ออักเสบ
สำหรับผู้ที่ต้องยืนหรือเดินติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน เช่น พนักงานขาย พยาบาล ช่างซ่อม หรือผู้ที่ชอบวิ่งมาราธอน อาการปวดส้นเท้ามักเกิดจากการใช้งานเท้ามากเกินไป การถ่ายเทน้ำหนักลงส้นเท้าอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก จะทำให้พังผืดและกล้ามเนื้อใต้เท้าเกิดความตึงเครียดสะสม นำไปสู่การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและการอักเสบเรื้อรัง ทำให้รู้สึกปวดส้นเท้าทุกครั้งที่ลงน้ำหนัก
3. โครงสร้างเท้าผิดปกติ เท้าแบนหรือโก่ง ทำให้ลงน้ำหนักไม่ดี

สรีระรูปเท้าแต่กำเนิดก็เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคนี้ ผู้ที่มีภาวะเท้าแบน อุ้งเท้าสูงผิดปกติ หรือส้นเท้าบิดออกด้านนอก จะทำให้การกระจายน้ำหนักตัวไปที่ฝ่าเท้าไม่สมดุลขณะก้าวเดิน โครงสร้างที่ผิดปกตินี้จะไปเพิ่มแรงดึงรั้งบริเวณเส้นเอ็นพังผืดฝ่าเท้าให้ยืดตึงและทำงานหนักกว่าคนทั่วไป จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้คุณเกิดอาการปวดส้นเท้าได้ง่ายกว่าคนที่มีโครงสร้างเท้าปกติ
4. สวมใส่รองเท้าพื้นแข็ง ไม่มีแผ่นรองอุ้งเท้า เพิ่มแรงกระแทก
การเลือกรองเท้ามีผลโดยตรงต่อสุขภาพเท้า การสวมรองเท้าส้นสูง รองเท้าพื้นแข็ง รองเท้าพื้นบาง หรือรองเท้าที่ไม่มีแผ่นรองรับแรงกระแทกบริเวณอุ้งเท้า จะทำให้ส้นเท้าต้องรับแรงกระแทกจากพื้นโดยตรงเมื่อก้าวเดิน ซึ่งจะทำให้แรงกดกระจายตัวไม่ดีจนเกิดอาการปวดส้นเท้าได้ การปรับเปลี่ยนมาใส่รองเท้าที่นุ่มและรองรับสรีระจึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ
5. ภาวะกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายตึง รั้งพังผืดใต้ฝ่าเท้า
ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อส่วนอื่นก็ส่งผลกระทบต่อเนื่องได้เช่นกัน ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายตึงยึด มักจะเกิดแรงดึงรั้งไปยังพังผืดใต้ฝ่าเท้า ทำให้เกิดแรงกระแทกบริเวณส้นเท้าและปลายเท้ามากขึ้นขณะเดิน ส่งผลให้เนื้อเยื่อและเส้นเอ็นเกิดการอักเสบได้ง่าย การหมั่นยืดเหยียดน่องอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความตึงและบรรเทาอาการปวดส้นเท้าด้านหลังและใต้ฝ่าเท้าได้เป็นอย่างดี
ปวดส้นเท้าไม่หาย มีวิธีแก้อย่างไรให้หายขาด
เมื่อมีอาการปวดส้นเท้า วิธีแก้อาจเริ่มต้นจากการดูแลตัวเองง่าย ๆ เช่น การพักเท้า ประคบเย็นเพื่อลดการอักเสบ หรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แต่หากลองทำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ปวดเรื้อรังจนรบกวนชีวิตประจำวัน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ คลินิกกายภาพบำบัด คือทางออกที่ดีที่สุด ที่ MS Rehab Clinic เราเน้นการรักษาแบบองค์รวม แก้ปัญหาลึกถึงต้นตอของความเจ็บปวด โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ด้วยทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้คุณกลับมาเดินได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ผ่านแนวทางการรักษาที่โดดเด่น ดังนี้
- เทคโนโลยี Ultrasound Therapy : การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงส่งผ่านความร้อนลึกเข้าไปยังเนื้อเยื่อใต้ส้นเท้า ช่วยลดการอักเสบของพังผืดและเส้นเอ็น เร่งกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ที่บาดเจ็บ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้ความเจ็บปวดลดลงอย่างรวดเร็ว
- เทคโนโลยี Focus Shockwave : คลื่นกระแทกแบบเจาะจงเป้าหมายที่ลงลึกถึงจุดที่มีปัญหา ช่วยสลายปมพังผืดที่เกาะแน่นบริเวณฝ่าเท้าและส้นเท้า กระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดใหม่ เพื่อรักษาอาการปวดเรื้อรังได้อย่างตรงจุด
- เทคโนโลยี High Power Laser Therapy : การใช้เลเซอร์กำลังสูงเพื่อลดความเจ็บปวดและลดการอักเสบของเนื้อเยื่อแบบเฉียบพลัน ช่วยให้เนื้อเยื่อฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้นโดยไม่รู้สึกเจ็บขณะทำการรักษา
- โปรแกรมปรับโครงสร้างร่างกาย : นักกายภาพบำบัดจะช่วยประเมินโครงสร้างร่างกาย พร้อมสอนท่าบริหารยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่องและพังผืดฝ่าเท้าเฉพาะบุคคล เพื่อสร้างความแข็งแรงและป้องกันไม่ให้อาการปวดกลับมาเป็นซ้ำ
อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดมาทำลายความสุขในทุกก้าวเดินของคุณ หากคุณกำลังมองหาว่าปวดส้นเท้ามีวิธีแก้ อย่างไรให้หายขาด ที่ MS Rehab Clinic พร้อมดูแลคุณอย่างใส่ใจ และรักษาด้วยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างตรงจุด ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร : 061-416-1538 IG : ms_rehabclinic LINE : @msrehabclinic Facebook : MS REHAB Clinic
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดส้นเท้า
ปวดส้นเท้าเกิดจาก “กระดูกงอก” ที่ส้นเท้าเสมอไปหรือไม่
ไม่เสมอไป อาการปวดส่วนใหญ่มักเกิดจากการอักเสบของพังผืดหรือเส้นเอ็นมากกว่า แม้บางครั้งการเอกซเรย์จะพบกระดูกงอกบริเวณส้นเท้า แต่กระดูกงอกนั้นอาจไม่ใช่สาเหตุหลักของความเจ็บปวดเสมอไป หากรักษาการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้าให้หายดี อาการปวดก็จะลดลงได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอากระดูกงอกออก
เมื่อมีอาการปวดส้นเท้า นวดกดจุดหรือนวดฝ่าเท้าแผนไทยเพื่อบรรเทาอาการได้ไหม
ในช่วงที่มีอาการปวด บวม หรืออักเสบ ไม่แนะนำให้นวดกดจุด เค้น หรือเหยียบฝ่าเท้าแรง ๆ อย่างเด็ดขาด เพราะแรงกดที่มากเกินไปจะยิ่งทำให้เนื้อเยื่อ และพังผืดฟกช้ำจนอักเสบรุนแรงกว่าเดิม หากต้องการคลายความปวดเมื่อย แนะนำให้ใช้วิธีประคบ หรือเน้นการนวดคลึงเบา ๆ บริเวณกล้ามเนื้อน่องเพื่อลดความตึงรั้งแทน
ถ้ากำลังปวดส้นเท้า ยังอยากออกกำลังกาย เลือกกีฬาประเภทไหนดี
ควรพักการทำกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง (High-Impact) เช่น การวิ่ง กระโดดเชือก หรือเต้นแอโรบิกไปก่อนจนกว่าจะหายดี และเปลี่ยนมาเป็นการออกกำลังกายแบบไร้แรงกระแทก (Low-Impact) เช่น การว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน โยคะ หรือการเดินในน้ำแทน เพื่อช่วยรักษาระดับความฟิตของร่างกาย โดยไม่ไปเพิ่มภาระให้ส้นเท้าบาดเจ็บซ้ำ


