คุณแม่หลังคลอดหลายท่านอาจกำลังเผชิญความกังวลใจเรื่องน้ำนมไหลน้อย หรืออาการคัดเต้าแต่ปั๊มไม่ออกเพราะท่อน้ำนมอุดตัน วันนี้ MS Rehab Clinic จะมาเจาะลึกวิธีนวดกระตุ้นน้ำนมที่ถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งคุณแม่สามารถทำเองได้ที่บ้านเพื่อช่วยเพิ่มน้ำนม ลดอาการเจ็บปวด และกู้คืนปริมาณน้ำนมไหลน้อยให้กลับมาเพียงพอต่อลูกน้อยอีกครั้ง
น้ำนมไหลน้อย และน้ำนมไม่ไหลเกิดจากอะไร
อาการน้ำนมไหลน้อย หรือน้ำนมไม่ไหลหลังคลอด สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ทารกเริ่มเข้าเต้าช้าหลังคลอด หรือไม่ได้ดูดกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้ร่างกายจะส่งสัญญาณผลิตน้ำนมน้อยลง ปัญหาลูกอมหัวนมไม่ถูกวิธี การเสริมด้วยนมผงหรือใช้จุกหลอกเร็วเกินไป ตลอดจนปัญหาสุขภาพของคุณแม่ เช่น ภาวะเต้านมอักเสบ หรือความแปรปรวนทางฮอร์โมน ก็ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการระบายน้ำนม ทำให้ท่อน้ำนมระบายได้ไม่ดีจนเกิดการอุดตันในที่สุด
สัญญาณที่บอกว่าคุณแม่อาจมีน้ำนมไม่พอ
สามารถสังเกตสัญญาณเตือนเบื้องต้นได้จากพฤติกรรมของลูกน้อยและลักษณะทางกายภาพของคุณแม่ ดังนี้
- ลูกน้อยมีอาการร้องไห้งอแง หรือหงุดหงิดหลังอิ่มนม
- ได้ยินเสียงดูดนมดังแจ๊บ ๆ แทนที่จะเป็นเสียงกลืนนม ซึ่งบ่งบอกว่าลูกอมหัวนมไม่สนิทและได้รับน้ำนมไม่เต็มที่
- ทารกขับถ่ายน้อย โดยปัสสาวะน้อยกว่า 6 ครั้งต่อวัน หรือมีสีเหลืองเข้ม รวมถึงถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อวัน (หลังอายุ 4 วัน)
- น้ำหนักตัวของลูกน้อยลดลงหรือไม่เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโต
- เต้านมของคุณแม่ยังคงรู้สึกแข็งตึง ไม่นิ่มลงหลังจากที่ลูกดูดหรือปั๊มนมเสร็จแล้ว
วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม ช่วยได้จริงไหม

การนวดกระตุ้นน้ำนมช่วยได้จริงไหมจริง เพราะการนวดที่ถูกวิธีจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณเต้านม และช่วยคลายก้อนไขมันหรือตะกอนที่อุดตันอยู่ในท่อให้แตกตัวออก เมื่อท่อโล่งขึ้น กลไกการหลั่งน้ำนม (Let-down reflex) ก็จะทำงานได้เต็มที่ ผลลัพธ์คือ น้ำนมไหลสะดวกขึ้น ปั๊มได้เกลี้ยงเต้ามากขึ้น ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มน้ำนมในระยะยาว แต่ข้อควรระวังคือ ห้ามบีบเค้นรุนแรง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่ออักเสบกว่าเดิม
สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่คุณแม่ควรเริ่มใช้วิธีกระตุ้นน้ำนม
ก่อนจะไปดูวิธีนวด ลองเช็กตัวเองก่อนว่าคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้หรือไม่
- น้ำนมไหลน้อย : รู้สึกว่าปั๊มได้น้อยกว่าปกติ ทั้งที่รอบปั๊มเท่าเดิม
- คัดเต้าแต่ปั๊มไม่ออก : รู้สึกเต้านมแข็งตึง ปวด แต่พอลูกดูดหรือใช้เครื่องปั๊ม น้ำนมไหลออกมาเป็นหยด ๆ ไม่พุ่ง
- คลำเจอก้อนแข็ง : พบก้อนไตแข็ง ๆ ที่กดแล้วเจ็บ และไม่หายไปแม้จะปั๊มนมเสร็จแล้ว
- ลูกหงุดหงิดเวลาเข้าเต้า : ลูกดูดแล้วร้องไห้ หรือดึงหัวนม เพราะน้ำนมไหลไม่ทันใ
อาการแบบไหนที่เรียกว่าท่อน้ำนมอุดตัน
ภาวะท่อน้ำนมอุดตัน คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้น้ำนมไม่ไหล แม้คุณแม่จะพยายามแล้วก็ตาม สัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าคุณแม่อาจไม่ได้มีแค่น้ำนมไหลน้อย แต่กำลังมีท่ออุดตันที่ต้องระวัง มีดังนี้
- คลำพบก้อนแข็งเป็นไต : จะรู้สึกเจ็บเมื่อกดลงไป และก้อนนั้นไม่นิ่มลงแม้นมจะเกลี้ยงเต้าแล้ว
- คัดเต้า เป็นก้อน ปั้มไม่ออก : นี่คืออาการคลาสสิก รู้สึกเต้านมแข็งตึง ปวด แต่พอปั๊มหรือให้ลูกดูด น้ำนมกลับไหลออกน้อย หรือน้ำนมไม่ไหลเลยจากจุดนั้น
- มีจุดสีขาวที่หัวนม : อาจพบจุดเล็ก ๆ สีขาวคล้ายสิวที่หัวนม ซึ่งคือไขมันที่แข็งตัวอุดตันทางออก
- อาจมีไข้ต่ำ ๆ หรือปวดเมื่อยตัว : หากปล่อยทิ้งไว้นาน ร่างกายอาจเริ่มมีปฏิกิริยาอักเสบ หรือพัฒนาไปเป็นเต้านมอักเสบได้
แจกขั้นตอน 5 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนมแบบที่คุณแม่มือใหม่ทำเองได้ง่าย

หากคุณแม่พร้อมแล้ว ให้ล้างมือให้สะอาด หาที่นั่งที่ผ่อนคลาย แล้วเริ่มทำตามวิธีกระตุ้นน้ำนมขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
1. ประคบอุ่นเพื่อขยายท่อน้ำนม (Warm Compress)
ก่อนนวด ให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นจัด (ระวังอย่าให้ร้อนจัดจนลวกผิว) ประคบบริเวณเต้านมโดยรอบทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที ความร้อนจะช่วยขยายหลอดเลือดและท่อน้ำนม ทำให้ไขมันที่อุดตันละลายตัวลงง่ายขึ้น ช่วยให้น้ำนมไหลออกได้ง่ายกว่าเดิม
2. นวดคลึงฐานเต้านม
ใช้นิ้วมือ 3-4 นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) วางราบลงบนฐานเต้านม (ชิดผนังหน้าอก) นวดคลึงเบา ๆ เป็นวงกลม (วนก้นหอย) ให้ทั่วฐานเต้านม โดยค่อย ๆ ขยับวนเข้ามาหาลานนมทีละนิด และทำซ้ำให้ทั่วทั้งเต้า เพื่อกระตุ้นต่อมสร้างน้ำนมให้ตื่นตัว ถือเป็นวิธีกระตุ้นน้ำนมพื้นฐานที่ควรทำก่อนปั๊มทุกครั้ง
3. นวดรีดเข้าหาหัวนม
ใช้นิ้วมือหรือฝ่ามือ ลูบไล้จากฐานเต้านม (ด้านนอกสุด) รีดเบา ๆ เข้าหาหัวนมในทิศทางที่เป็นเส้นตรง โดยทำวนไปรอบ ๆ เต้านมเหมือนแฉกของดวงอาทิตย์ เพื่อช่วยไล่น้ำนมไหลมารวมกันที่ปลายท่อ ลดปัญหาน้ำนมไหลน้อยจากการคั่งค้าง
4. เขย่าเต้าเบา ๆ
โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ให้เต้านมทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง ใช้มือประคองเต้านมแล้วเขย่าเบา ๆ เพื่อช่วยให้น้ำนมไหลลงมาที่หัวนมได้ดีขึ้น
5. บีบน้ำนมด้วยมือ
วางนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เป็นรูปตัว C ห่างจากโคนหัวนมประมาณ 2-3 ซม. กดนิ้วเข้าหาหน้าอก แล้วบีบเข้าหากันเบาๆ (กด-บีบ-ปล่อย) เป็นจังหวะ จะสังเกตเห็นได้ว่าน้ำนมไหลซึมหรือเริ่มพุ่งออกมา หากไหลดีแล้วให้นำลูกเข้าเต้าหรือใช้เครื่องปั๊มต่อทันทีเพื่อระบายออกให้เกลี้ยงเต้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มน้ำนมรอบต่อไปได้
แนะนำอาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่
นอกเหนือจากการนวดแล้ว การเลือกสรรสารอาหารที่มีประโยชน์ก็เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยเพิ่มน้ำนมจากภายใน โดยคุณแม่ให้นมบุตรควรได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างน้อยวันละ 500 กิโลแคลอรี และเน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีสรรพคุณบำรุงเลือดและกระตุ้นการหลั่งน้ำนม ดังนี้
- หัวปลี : อุดมด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใยอาหาร ช่วยบำรุงและเพิ่มน้ำนมได้ดี นิยมนำมาทำแกงเลียงหรือทอดมันหัวปลี
- ขิง : ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ขับลม สามารถดื่มเป็นน้ำขิงอุ่น ๆ หรือทำเมนูไก่ผัดขิง
- ฟักทองและกุยช่าย : มีวิตามิน แร่ธาตุ และธาตุเหล็กสูง ช่วยให้กลไกการสร้างน้ำนมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- อินทผลัม : ผลไม้รสหวานธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มสารอาหารในน้ำนมและบรรเทาความเหนื่อยล้า
- น้ำสะอาด : เครื่องดื่มบำรุงที่สำคัญที่สุด ควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว (ประมาณ 1.5-2 ลิตร) เพื่อเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตน้ำนม
ความเครียดส่งผลต่อน้ำนมอย่างไร
ความเครียดทางอารมณ์และสภาวะจิตใจของคุณแม่หลังคลอด มีผลกระทบโดยตรงต่อกลไกการหลั่งน้ำนม เนื่องจากเมื่อคุณแม่เกิดความเครียดหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมา ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะไปยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนโปรแลคตินและออกซิโทซิน ทำให้น้ำนมไหลน้อยหรือน้ำนมไม่ไหลชั่วคราว ดังนั้น การสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและการนอนหลับพักผ่อนในช่วงที่ลูกหลับ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งสัญญาณให้ร่างกายผลิตและเพิ่มน้ำนมได้อย่างสม่ำเสมอ
วิธีดูแลตัวเองของคุณแม่ให้นมลูก
การดูแลสุขภาพกายและใจของคุณแม่อย่างเหมาะสมหลังคลอด คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการสร้างน้ำนมดำเนินไปอย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางปฏิบัติที่คุณแม่ควรใส่ใจดังนี้
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นกลุ่มโปรตีนคุณภาพ แคลเซียม และธาตุเหล็ก จากเนื้อสัตว์ ปลา นม และไข่
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ของทอด ของมัน และเบเกอรี่ เพราะเสี่ยงต่อการทำให้น้ำนมข้นจนท่ออุดตัน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ อาหารดิบ และอาหารหมักดองอย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของทารก
- จัดตารางการให้นมและการปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นเต้านมและระบายน้ำนมอย่างต่อเนื่อง
- สวมใส่เสื้อชั้นในที่พอดีตัว ไม่หลวมหรือรัดแน่นจนเกินไป เพื่อป้องกันการกดทับท่อน้ำนม
น้ำนมไม่ไหลควรพบผู้เชี่ยวชาญเมื่อไร
แม้คุณแม่จะพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือใช้วิธีกระตุ้นน้ำนมด้วยตัวเองแล้ว แต่หากพบว่ามีอาการคัดเต้าสะสม มีก้อนไตแข็งที่ไม่ยอมนิ่มลงหลังจากระบายน้ำนมออกภายใน 12-24 ชั่วโมง หรือเริ่มมีอาการเจ็บปวดรุนแรง ผิวหนังบริเวณเต้านมมีรอยแดง มีไข้สูง หรือหนาวสั่น ควรรีบเข้าพบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัดวิชาชีพผู้ชำนาญการทันที เพื่อตรวจประเมินและรับการรักษาอย่างถูกต้อง ก่อนที่อาการจะลุกลามกลายเป็นภาวะเต้านมอักเสบ
Ultrasound Therapy ปิดจบปัญหาน้ำนมไหลน้อยแบบไม่เจ็บ
เมื่อวิธีกระตุ้นน้ำนมข้างต้นไม่ได้ผล โดยเฉพาะเมื่อมีอาการคัดเต้า เป็นก้อน ปั้มไม่ออก การทำกายภาพบำบัดคือทางออกที่ช่วยได้ ผ่านการรักษาด้วย Ultrasound Therapy โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (ในโหมดไม่เกิดความร้อน) ส่งพลังงานสั่นสะเทือนระดับจุลภาคเข้าไปสลายก้อนไขมันที่อุดตัน ทำให้ก้อนแข็งนิ่มลง และน้ำนมไหลสะดวกขึ้น
กระตุ้นต่อมน้ำนมอย่างปลอดภัยที่ MS Rehab Clinic
การแก้ปัญหาน้ำนมไม่ไหล หรือน้ำนมไหลน้อยต้องแก้ให้ตรงจุด หากเกิดจากท่อน้ำนมอุดตัน การนวดหรือบีบเค้นแรง ๆ อาจยิ่งทำให้อักเสบ ที่ MS Rehab Clinic เราเชี่ยวชาญการใช้ Ultrasound Therapy ซึ่งเป็นวิธีกระตุ้นน้ำนมที่อ่อนโยน ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงในการสลายก้อนแข็ง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร : 061-416-1538 IG : ms_rehabclinic LINE : @msrehabclinic Facebook : MS REHAB Clinic
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีกระตุ้นน้ำนม
นวดและประคบอุ่นแล้ว แต่ก้อนไม่หาย ควรทำอย่างไร
หากวิธีนวด หรือให้ลูกดูดแล้วก้อนไม่นิ่มลงภายใน 12-24 ชั่วโมง แสดงว่าอาจเป็นก้อนอุดตันที่เหนียวมาก การบีบเค้นแรง ๆ อาจทำให้เต้านมอักเสบ แนะนำให้ปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อใช้ Ultrasound Therapy จะปลอดภัยกว่า
การทำ Ultrasound Therapy สลายก้อนอุดตันเจ็บไหม
วิธีนี้ไม่เจ็บและปลอดภัย 100% ต่อการให้นม (สามารถให้นมลูกได้ทันทีหลังทำ) เพราะคลื่นอัลตราซาวนด์จะใช้พลังงานสั่นสะเทือน (ไม่ร้อน) เพื่อสลายก้อนไขมันที่อุดตัน ทำให้คุณแม่จะรู้สึกผ่อนคลาย ต่างจากการบีบเค้นที่เจ็บปวด
อาหารบำรุงแบบไหนที่ควรเลี่ยง
อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เบเกอรี่ เนย ชีส ของทอดมัน ๆ เพราะอาจทำให้น้ำนมข้นและอุดตันง่ายขึ้น แนะนำให้ทานไขมันดี เช่น ปลา อะโวคาโด และดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอ
ที่มาของข้อมูล :
- NHS, Milk supply (https://www.nhs.uk/best-start-in-life/baby/feeding-your-baby/breastfeeding/breastfeeding-challenges/milk-supply/), 23 June 2026.
- S-Mom Club, น้ำนมไม่ไหล? รวมวิธีเพิ่มน้ำนมและอาหารกระตุ้นน้ำนมสำหรับคุณแม่ (https://www.s-momclub.com/articles/breastfeed/how-to-increase-breast-milk), 23 มิถุนายน 2569.
- สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์, การเรียกน้ำนมแม่กลับคืน (Relactation) (https://www.tmwa.or.th/new/lib/file/20160929153855.pdf), 23 มิถุนายน 2569.


