คุณเคยรู้สึกปวดขาหรือมีอาการเส้นตึงไหม? หรือบางครั้งตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าขาของเราไม่เป็นของเราเหมือนเดิม อาการปวดขาเรื้อรังเหล่านี้รบกวนชีวิตประจำวันของคุณอยู่ใช่ไหม วันนี้ MS Rehab Clinic จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกับอาการปวดขา เส้นตึง ว่าเกิดจากอะไร และการทำกายภาพบำบัดจะช่วยรักษาที่ต้นเหตุได้อย่างไร
อาการปวดขา เส้นตึง ที่พบบ่อยเกิดจากอะไร

อาการปวดขา เส้นตึง ไม่ได้เกิดขึ้นเองอย่างไม่มีสาเหตุ แต่มักมีที่มาที่ไปชัดเจน ซึ่งหากเราเข้าใจสาเหตุ เราก็จะสามารถหาทางแก้ไขได้ตรงจุด โดยส่วนมาก อาการปวดขาส่วนใหญ่มักแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ ปวดจากกล้ามเนื้อโดยตรง และปวดร้าวจากเส้นประสาท ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนี้
ปวดตึงจากกล้ามเนื้อโดยตรง
อาการนี้มักเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป หรือใช้งานซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น การยืนนาน เดินไกล วิ่ง หรือออกกำลังกายหนักๆ จนทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งตัวสะสม กลายเป็นก้อนแข็งๆ ที่เรียกว่า “Trigger Point” (จุดกดเจ็บ) ซึ่งขัดขวางการไหลเวียนเลือด ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย ตึง ล้า หรือเป็นตะคริวได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณน่องและต้นขาด้านหลัง (Hamstring)
ปวดร้าวจากเส้นประสาท
อาการนี้มักจะมีลักษณะปวดแปล๊บเหมือนไฟช็อต ชา หรือรู้สึกยิบ ๆ ร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุมักไม่ได้อยู่ที่ขาโดยตรง แต่อาจมาจากปัญหาที่หลังหรือสะโพก เช่น ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ที่ทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงขา ซึ่งเป็นอาการยอดฮิตที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ หรือผู้ที่เป็นออฟฟิศซินโดรม
ปวดขา เส้นตึง ปล่อยไว้ให้หายเองได้ไหม
หลายคนอาจคิดว่าแค่นอนพักเดี๋ยวก็หาย แต่ความจริงแล้ว หากอาการปวดเกิดจาก “Trigger Point” หรือ “พังผืด” ที่เกาะแน่น การพักเพียงอย่างเดียวอาจช่วยบรรเทาอาการได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ เมื่อกลับไปใช้งาน ขาก็จะกลับมาปวดตึงเหมือนเดิม หรืออาจรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นปวดเรื้อรัง ดังนั้น การรักษาที่ถูกต้องเพื่อสลายปมปัญหาเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมายืดหยุ่นและแข็งแรงดังเดิม
วิธีแก้อาการปวดขา เส้นตึง ด้วยกายภาพบำบัดสมัยใหม่

ที่ คลินิกกายภาพบำบัด MS Rehab เรามีแนวทางการรักษาที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยผสมผสานเทคนิคการรักษาด้วยมือ การออกกำลังกาย และการใช้เครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
1. การออกกำลังกายเฉพาะทาง (ยืดส่วนตึง เสริมส่วนอ่อนแรง)
นักกายภาพบำบัดจะออกแบบท่าบริหารที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ โดยเน้นการ “ยืดเหยียด” (Stretching) กล้ามเนื้อมัดที่ตึงตัวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และ “ออกกำลังกาย” (Strengthening) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนที่อ่อนแรง ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายและป้องกันไม่ให้อาการปวดกลับมาเป็นซ้ำ
2. การใช้เครื่องมือทำกายภาพบำบัดลดปวดเรื้อรัง
สำหรับอาการปวดตึงที่ฝังลึก เรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษา ได้แก่
- Shockwave Therapy (คลื่นกระแทก) : ช่วยสลายปมพังผืด (Trigger Point) ที่เกาะแน่นในกล้ามเนื้อ ซึ่งการนวดมือธรรมดาอาจเข้าไม่ถึง ช่วยลดปวดและกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- Dry Needling (ฝังเข็มแบบตะวันตก) : ใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดไปที่จุดกดเจ็บโดยตรง เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เกร็งตัวคลายออกทันที ช่วยลดอาการปวดร้าวลงขาได้อย่างแม่นยำ
การดูแลตัวเองเบื้องต้นหลังเข้ารับการรักษา
เพื่อให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้นและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ การดูแลตัวเองที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญมาก นี่คือข้อแนะนำง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำตามได้
- ปรับพฤติกรรม : หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งท่าเดิมนาน ๆ ควรลุกเดินยืดเส้นยืดสายทุก 1-2 ชั่วโมง
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ : ทำท่ายืดกล้ามเนื้อขาและน่องเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย
- ประคบอุ่น : หากรู้สึกตึงเมื่อย ให้ประคบอุ่นบริเวณกล้ามเนื้อขาประมาณ 15-20 นาที เพื่อช่วยผ่อนคลาย
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ : เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีและขับของเสียออกจากกล้ามเนื้อ
ปรึกษาวิธีแก้อาการปวดขา เส้นตึง กับผู้เชี่ยวชาญที่ MS Rehab Clinic
อาการปวดขา เส้นตึง ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรละเลย หากคุณกำลังมองหาวิธีแก้ที่ต้นเหตุและไม่อยากเจ็บตัวจากการผ่าตัด ที่ MS Rehab Clinic เราพร้อมดูแลคุณด้วยทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดมืออาชีพ พร้อมเครื่องมือครบครัน เพื่อให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วอีกครั้ง
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร : 061-416-1538 IG : ms_rehabclinic LINE : @msrehabclinic Facebook : MS REHAB Clinic
คำถามที่บบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดขา เส้นตึง
เป็นตะคริวที่ขาตอนกลางคืนบ่อย เกิดจากอะไร
มักเกิดจากกล้ามเนื้อล้าสะสม ขาดน้ำ หรือขาดแร่ธาตุ (เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม) แนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอและยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่องเบา ๆ ก่อนนอน หากเป็นบ่อยควรปรึกษาแพทย์
ปวดขาแบบไหนอันตราย ต้องรีบไปหาหมอทันที
หากปวดขาข้างเดียวร่วมกับอาการ บวม แดง ร้อนจัด หรือมีอาการหายใจลำบากร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของ ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (DVT) ซึ่งอันตรายมาก ควรรีบพบแพทย์ทันที
ใส่รองเท้าผิดประเภท ทำให้ปวดขาเส้นตึงได้ไหม
มีส่วนทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ เพราะการใส่รองเท้าส้นสูง พื้นแข็ง หรือรองเท้าที่ไม่รองรับอุ้งเท้า (โดยเฉพาะคนเท้าแบน) จะทำให้กล้ามเนื้อน่องและฝ่าเท้าต้องเกร็งตัวรับน้ำหนักผิดปกติ ส่งผลให้ปวดตึงเรื้อรังลามไปถึงหลังได้


