Muscle Sprain vs Strain คืออาการบาดเจ็บที่ต่างกันอย่างไร

หลายท่านที่เคยบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือข้อเท้าพลิก มักสับสนกับคำว่า Sprain และ Strain ซึ่งแม้จะเจ็บเหมือนกัน แต่เป็นการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อคนละส่วนกัน วันนี้ MS Rehab Clinic จะมาอธิบายว่า Muscle Sprain vs Strain คืออะไร และต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีกัน 

Muscle Sprain vs Strain คืออาการบาดเจ็บแบบไหน 

ก่อนจะรู้วิธีรักษา เราต้องแยกให้ออกก่อนว่า Muscle Sprain vs Strain คืออะไร เพราะเป็นอาการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อคนละชนิดกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นฟูที่แตกต่างกัน 

Muscle Strain (อาการกล้ามเนื้อฉีก)

Strain (สเตรน) หรือกล้ามเนื้อฉีก คือการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ (Muscle) หรือเอ็นกล้ามเนื้อ (Tendon) ซึ่งเป็นส่วนที่ยึดกล้ามเนื้อไว้กับกระดูก เกิดจากการยืดเหยียดหรือหดตัวรุนแรงเกินไป (เช่น ยกของหนัก ออกตัววิ่งเร็ว) 

Muscle Sprain (อาการแพลง)

Sprain (สเปรน) หรืออาการแพลง คือการบาดเจ็บของเอ็นข้อต่อ (Ligament) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ยึดกระดูกกับกระดูกเข้าไว้ด้วยกัน (เช่น ข้อเท้า ข้อเข่า) เกิดจากการบิด พลิก หรือกระแทก จนเอ็นข้อต่อถูกยืดหรือฉีกขาด

จะรู้ได้อย่างไรว่าอาการบาดเจ็บที่เป็นอยู่คือแบบไหน

อาการกล้ามเนื้อฉีก vs อาการแพลง

แม้อาการแสดงเริ่มต้นจะคล้ายกันคือปวดหรือบวม แต่ก็มีจุดสังเกตที่ช่วยแยกอาการให้ออกได้ง่ายขึ้น ดังนี้

Strain (กล้ามเนื้อฉีก)

  • มักมีอาการปวดเกร็งเป็นตะคริว
  • ปวดร้าวตามแนวมัดกล้ามเนื้อ
  • กดเจ็บที่ตัวกล้ามเนื้อหรือเอ็นกล้ามเนื้อ
  • อาจมีรอยบุ๋มหากฉีกขาดรุนแรง

Sprain (อาการแพลง)

  • มักมีอาการบวมชัดเจนบริเวณข้อต่อ
  • เกิดรอยช้ำเลือดได้ง่าย
  • รู้สึกข้อหลวมหรือไม่มั่นคง 
  • ปวดมากเมื่อพยายามลงน้ำหนัก 

อาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อปล่อยให้หายเองได้ไหม 

แม้อาการบาดเจ็บเล็กน้อยร่างกายจะซ่อมแซมเองได้ แต่การฟื้นฟูที่ไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดพังผืด (Scar Tissue) ซึ่งไม่ยืดหยุ่นและบาดเจ็บซ้ำง่าย การทำกายภาพบำบัด จึงจำเป็นเพื่อให้เนื้อเยื่อกลับมาแข็งแรงและจัดเรียงตัวได้ดีปลอดภัยกว่า

วิธีรักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้ออย่างปลอดภัย

วิธีรักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ

เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บ วิธีรักษาที่ถูกต้องจะแบ่งตามความรุนแรงและระยะของอาการ โดยมีแนวทางหลัก ๆ 4 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น : ใน 48 ชั่วโมงแรก วิธีรักษาที่สำคัญที่สุดคือ Rest (พักการใช้งาน) Ice (ประคบเย็น 15-20 นาที เพื่อลดบวม ห้ามประคบร้อน หรือนวด) Compression (พันผ้ายืดลดบวม) และ Elevation (ยกส่วนนั้นให้สูงกว่าหัวใจ)
  2. การใช้ยา : อาจใช้ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) ที่ไม่ใข่สเตียรอยด์ เพื่อช่วยลดอาการปวดและบวมในระยะเฉียบพลัน (ควรปรึกษาแพทย์)
  3. การทำกายภาพบำบัด : นี่คือวิธีรักษาที่ปลอดภัยในระยะฟื้นฟู เพื่อป้องกันพังผืดและช่วยให้กล้ามเนื้อหรือเอ็นข้อต่อกลับมาแข็งแรง โดยนักกายภาพบำบัดวิชาชีพจะใช้เครื่องมือและออกแบบท่าออกกำลังกายที่เหมาะสม
  4. การผ่าตัด : สำหรับกรณีที่รุนแรงมาก เช่น เอ็นข้อต่อฉีกขาดทั้งหมด หรือกล้ามเนื้อฉีกขาดจากกระดูกโดยสมบูรณ์ 

รู้จักเทคนิคการรักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ที่ MS Rehab Clinic

เมื่อพ้นระยะอักเสบเฉียบพลัน การทำกายภาพบำบัดคือหัวใจสำคัญในการฟื้นฟู ที่ MS Rehab Clinic เรามีเทคนิคสมัยใหม่เพื่อเร่งการซ่อมแซม ได้แก่ 

  • High Power Laser Therapy : ใช้ในระยะเฉียบพลันเพื่อลดปวด ลด บวม และเร่งการซ่อมแซมเซลล์ที่บาดเจ็บ ทำให้หายไวขึ้น
  • Ultrasound Therapy : ใช้คลื่นเสียงเพิ่มการไหลเวียนเลือด คลายกล้ามเนื้อที่ตึงเกร็งรอบ ๆ บริเวณที่เจ็บ และช่วยสลายพังผืด
  • Shockwave Therapy : ใช้ในระยะเรื้อรังที่การบาดเจ็บกลายเป็นพังผืดยึดเกาะ เพื่อสลายพังผืดแข็งและกระตุ้นการซ่อมแซมใหม่ 

การดูแลตัวเองหลังรับการรักษา ต้องทำอย่างไรไม่ให้เจ็บซ้ำ 

เพื่อให้ผลการรักษาดีที่สุด การดูแลตัวเองหลังทำกายภาพบำบัดเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

  • ทำตามโปรแกรมออกกำลังกาย : ทำท่าออกกำลังกายที่นักกายภาพบำบัดแนะนำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อฟื้นฟูความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อและเอ็นข้อต่อ
  • วอร์มอัปและคูลดาวน์ : ก่อนการออกกำลังกายทุกครั้ง ควรอบอุ่นร่างกาย และยืดเหยียดหลังออกกำลังกาย เสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมและคลายกล้ามเนื้อ
  • ฟังร่างกายตัวเอง : หากเริ่มรู้สึกเจ็บตึง อย่าฝืน ควรพัก หรือลดความหนักของการออกกำลังกายลง
  • ปรับพฤติกรรม : หลีกเลี่ยงท่าทางหรือกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำ เช่น การนั่งไขว่ห้าง หรือการใส่รองเท้าส้นสูงเดินนาน ๆ หากมีอาการปวดที่ข้อเท้า

ปรึกษาอาการบาดเจ็บกับผู้เชี่ยวชาญให้อุ่นใจ ที่ MS Rehab Clinic 

การแยกให้ออกว่า Muscle Sprain vs Strain คืออะไร เป็นเรื่องสำคัญมากในการวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง เพราะการวินิจฉัยผิดพลาดอาจนำไปสู่ปัญหาเรื้อรังได้ ที่ MS Rehab Clinic เรามีทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัยในการดูแลคุณอย่าเต็มที่  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร : 061-416-1538 IG : ms_rehabclinic LINE : @msrehabclinic Facebook : MS REHAB Clinic  

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและกระดูก

Ligament กับ Tendon แตกต่างกันอย่างไร 

Tendon (เอ็นกล้ามเนื้อ) ทำหน้าที่ยึดกล้ามเนื้อไว้กับกระดูก เช่น เอ็นร้อยหวาย การบาดเจ็บจุดนี้จะเรียกว่า “Strain” (กล้ามเนื้อฉีก) ส่วน Ligament (เอ็นข้อต่อ) ทำหน้าที่ยึดกระดูกไว้กับกระดูก เพื่อความมั่นคง เช่น เอ็นข้อเท้า การบาดเจ็บที่จุดนี้จะเรียกว่า “Sprain” (อาการแพลง)

บาดเจ็บเฉียบพลัน (Sprain/Strain) ควรประคบร้อนหรือเย็น

ต้องประคบเย็นทันที (ภายใน 48 ชม. แรก) โดยประคบ 15-20 นาที เพื่อลดบวมและระงับปวด ห้ามประคบร้อน เด็ดขาด เพราะจะทำให้เลือดออกมากขึ้นและบวมกว่าเดิม

อาการบาดเจ็บ Muscle Sprain หรือ Muscle Strain รักษานานแค่ไหน กี่วันหาย

ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรง โดยทั่วไป Strain (กล้ามเนื้อ) ที่มีเลือดเลี้ยงเยอะ มักฟื้นตัวเร็วกว่า Sprain (เอ็นข้อต่อ) ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ ไปจนถึง 6-10 เดือน หากเป็นการฉีกขาดรุนแรง

อาการข้อเท้าแพลง (Sprain) หรือกล้ามเนื้อฉีก (Strain) นวดได้ไหม

ห้ามนวดเด็ดขาดในระยะเฉียบพลัน (48-72 ชม. แรก) เพราะจะทำให้เส้นเลือดฝอยฉีกขาดเพิ่มขึ้น เกิดรอยช้ำ และอักเสบบวมมากกว่าเดิม ควรรอให้พ้นระยะอักเสบและให้ผู้แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูประเมินอาการเบื้องต้นก่อน

Scroll to Top