วิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกที่ถูกต้อง และปลอดภัยกว่าด้วยกายภาพบำบัด

อาการปวดแปล๊บฉับพลันขณะออกกำลังกาย หรือยกของหนัก อาจเป็นสัญญาณของกล้ามเนื้อฉีกที่คุณไม่รู้ตัว และอาจคิดว่าแค่พักเดี๋ยวเดียวก็หาย แต่รู้หรือไม่ว่าการฟื้นฟูที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ปัญหาเรื้อรังได้ วันนี้ MS Rehab Clinic จะมาอธิบายวิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกที่ถูกต้อง และทำไมกายภาพบำบัดจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและหายไวกว่าให้ได้เข้าใจกัน

อาการกล้ามเนื้อฉีกเป็นอย่างไร 

กล้ามเนื้อฉีก คือ ภาวะที่ใยกล้ามเนื้อถูกยืดเหยียดมากเกินกำลังจนเกิดการฉีกขาด และกล้ามเนื้อฉีกต้นขา (Hamstrings หรือ Quads) น่อง หรือหลังส่วนล่าง มันเป็นบริเวณที่พบได้บ่อย ซึ่งสัญญาณเตือนว่าคุณอาจมีภาวะนี้ ได้แก่

  • ปวดเฉียบพลัน : รู้สึกเจ็บแปล๊บหรือเหมือนมีอะไรมายิงที่กล้ามเนื้อทันทีขณะเคลื่อนไหว
  • ปวด บวม แดง ร้อน : เป็นอาการอักเสบในระยะแรก อาจมีรอยช้ำสีม่วง (Bruise) ใน 2-3 วันถัดมา
  • เคลื่อนไหวได้จำกัด : รู้สึกปวดตึง หรือไม่สามารถใช้งานกล้ามเนื้อมัดนั้นได้เต็มที่
  • อาจมีรอยบุ๋ม : ในกรณีที่ฉีกขาดรุนแรง อาจคลำพบรอยบุ๋มหรือช่องว่างบริเวณที่กล้ามเนื้อฉีกขาดออกจากกัน 

สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อฉีกมีอะไรบ้าง

สาเหตุกล้ามเนื้อฉีก

กล้ามเนื้อฉีก มักเกิดจากการที่กล้ามเนื้อถูกบังคับให้ทำงานหนักเกินไปอย่างกะทันหัน หรือเกิดจากปัจจัยเหล่านี้

  • ขาดการวอร์มอัป : เป็นสาเหตุหลัก ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นยังไม่ยืดหยุ่นพอ เมื่อเคลื่อนไหวเร็วหรือแรงทันที จึงเกิดการฉีกขาดได้ง่าย
  • การใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป : การเคลื่อนไหวท่าเดิมซ้ำ ๆ หรือออกกำลังกายหนักเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อล้าและบาดเจ็บสะสม
  • การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ : เกิดจากการกระแทกโดยตรง หรือการล้มที่ทำให้กล้ามเนื้อถูกกระชากอย่างรุนแรง
  • กล้ามเนื้อไม่สมดุล : กล้ามเนื้อบางมัดอ่อนแรง ทำให้มัดอื่น ๆ ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชย จนนำไปสู่การบาดเจ็บ เช่น กล้ามเนื้อฉีกต้นขาด้านหลัง อาจเกิดจากกล้ามเนื้อสะโพกที่อ่อนแรง 

วิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกมีกี่แบบ 

เมื่อเกิดกล้ามเนื้อฉีกแล้ว วิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง โดยมีแนวทางหลัก ๆ ดังนี้

  1. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น : นี่คือวิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกที่สำคัญที่สุดใน 48 ชั่วโมงแรก เพื่อบรรเทาอาการด้วย 4 ขั้นตอนนี้ คือการ พัก (Rest) ประคบเย็น (Ice) พันผ้ายืด (Compression) และยกสูง (Elevation) เพื่อลดบวมและระงับปวด
  2. การใช้ยา : อาจใช้ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) เพื่อลดอาการปวดและ บวม ในช่วง 3-5 วันแรก แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานเพราะอาจชะลอการซ่อมแซมของกล้ามเนื้อ
  3. การทำกายภาพบำบัด : เป็นวิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกที่สำคัญที่สุดในการฟื้นฟู เพื่อลดปวด ลดอักเสบ ป้องกันการเกิดพังผืด และเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อกลับมาใช้งานได้ปกติ
  4. การผ่าตัด : จำเป็นในกรณีที่รุนแรงมาก คือกล้ามเนื้อฉีกขาดออกจากกันโดยสมบูรณ์ ซึ่งหลังผ่าตัดก็ยังต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูอยู่ดี 

กล้ามเนื้อฉีกปล่อยไว้ให้หายเองได้ไหม 

แม้ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองได้ แต่การฟื้นฟูที่ไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดพังผืด (Scar Tissue) มาแทนที่ใยกล้ามเนื้อปกติ พังผืดนี้จะไม่ยืดหยุ่น ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนแอ ตึงรั้ง และกลับมาฉีกซ้ำได้ง่ายในอนาคต จึงควรเ

รักษากล้ามเนื้อฉีกที่ปลอดภัยและเห็นผลไวด้วยกายภาพบำบัด

รักษากล้ามเนื้อฉีกด้วยกายภาพบำบัด

การทำกายภาพบำบัด คือ วิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกที่ตรงจุดที่สุด เพราะเราไม่เพียงแต่ลดปวด แต่ยังฟื้นฟูโครงสร้างกล้ามเนื้อให้กลับมาเรียงตัวสวยงามและแข็งแรง ที่ MS Rehab Clinic เรามีเทคนิคสมัยใหม่เพื่อช่วยให้คุณหายไวขึ้น ได้แก่

  • High Power Laser Therapy (เลเซอร์กำลังสูง) : ในระยะเฉียบพลันที่เพิ่งบาดเจ็บ เลเซอร์คือวิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกที่ดีที่สุด พลังงานแสงจะลงลึกถึงเซลล์ ช่วยลดการอักเสบและลดบวมได้อย่างรวดเร็ว และกระตุ้นการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อทันที ทำให้หายไวกว่าการพักเฉย ๆ
  • Ultrasound Therapy (อัลตราซาวนด์กายภาพ) : หลังจากพ้นระยะ บวม แล้ว การทำกายภาพบำบัดด้วยอัลตราซาวนด์ (โหมดความร้อนลึก) จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด คลายกล้ามเนื้อที่ตึงเกร็งรอบ ๆ บริเวณที่ฉีกขาด และช่วยป้องกันการเกิดพังผืดแข็ง
  • Shockwave Therapy (คลื่นกระแทก) : ในกรณีที่ปล่อยกล้ามเนื้อฉีกไว้นานจนกลายเป็นพังผืดเรื้อรัง เช่น กล้ามเนื้อฉีกต้นขาที่เป็นไตแข็ง ๆ Shockwave คือวิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกที่จะเข้าไปสลายพังผืดแข็งเหล่านั้น เพื่อให้ร่างกายกลับมาซ่อมแซมตัวเองใหม่ได้ 

การดูแลตัวเองหลังการรักษากล้ามเนื้อฉีก 

เพื่อให้การทำกายภาพบำบัดได้ผลดี การดูแลตัวเองที่บ้านอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งแนวทางที่ควรทำ มีดังนี้ 

  • ประคบเย็น : ใช้ในระยะเฉียบพลัน (48 ชม. แรก) หรือเมื่อมีอาการปวด บวม แดง ร้อน
  • ประคบร้อน : ใช้ในระยะเรื้อรัง (หลัง 48-72 ชม. และไม่บวมแล้ว) เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ก่อน การยืดเหยียด
  • การยืดเหยียด : สามารถยืดเหยียดได้แต่ต้องเบา ๆ และทำในจังหวะที่ถูกต้อง (ไม่กระชาก) ตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ เพื่อป้องกันการเกิดพังผืดยึดรั้ง
  • การรับประทานอาหาร : ควรมุ่งเน้นที่โปรตีนคุณภาพดี (เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว) และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมใยกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น 
  • การพักผ่อน : การพักผ่อนเป็นอีกวิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกที่ดีคือการพักจากท่าที่ทำให้เจ็บ แต่ไม่ใช่การอยู่นิ่ง ๆ ควรเคลื่อนไหวเบา ๆ และทำท่าบริหารตามที่นักกายภาพแนะนำ
  • การปรับพฤติกรรม : หลีกเลี่ยงการกลับไปออกกำลังกายหนักทันที และต้องมีการวอร์มอัป-คูลดาวน์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ 

นัดปรึกษาเพื่อประเมินอาการหรือรับการรักษาที่ MS Rehab Clinic  

กล้ามเนื้อฉีกไม่ใช่แค่อาการปวด แต่คือการบาดเจ็บของโครงสร้างที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี ที่ MS Rehab Clinic เรามีทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อออกแบบโปรแกรมการรักษากล้ามเนื้อฉีกที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร : 061-416-1538 IG : ms_rehabclinic LINE : @msrehabclinic Facebook : MS REHAB Clinic  

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีรักษากล้ามเนื้อฉีก

กล้ามเนื้อฉีก ปล่อยไว้จะหายเองได้ไหม 

หากฉีกขาดเล็กน้อย ร่างกายอาจซ่อมแซมเองได้ แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดพังผืดซึ่งไม่ยืดหยุ่น ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอและกลับมาฉีกซ้ำง่าย การทำกายภาพบำบัดคือวิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกที่ช่วยจัดเรียงใยกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและป้องกันปัญหานี้ได้ดีกว่า

ถ้ากล้ามเนื้อฉีกต้องพักฟื้นนานแค่ไหน กี่วันหาย

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความรุนแรง โดยทั่วไป Grade 1 (ฉีกเล็กน้อย) อาจใช้เวลา 1-3 สัปดาห์ ส่วน Grade 2 (ฉีกปานกลาง) อาจใช้เวลา 3-6 สัปดาห์ การทำกายภาพบำบัดจะช่วยเร่งการฟื้นฟูและทำให้กลับไปใช้งานได้เร็วและปลอดภัยขึ้น

กล้ามเนื้อฉีก นวดได้ไหม

ไม่ควรนวดเด็ดขาดในระยะเฉียบพลัน (48-72 ชั่วโมงแรก) เพราะจะทำให้เส้นเลือดฝอยฉีกขาดเพิ่มขึ้น เกิดรอยช้ำ และอักเสบ บวม มากกว่าเดิม การนวดควรทำโดยนักกายภาพบำบัดวิชาชีพในระยะฟื้นฟู เพื่อคลายกล้ามเนื้อรอบ ๆ หรือสลายพังผืดเท่านั้น

กล้ามเนื้อฉีกควรประคบร้อนหรือเย็น

ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก (ระยะเฉียบพลัน) ให้ประคบเย็นทันที 15-20 นาที เพื่อลดบวมและห้ามเลือด หลังจากนั้น (ระยะฟื้นฟู เมื่อไม่บวมแล้ว) สามารถประคบร้อนเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดและคลายกล้ามเนื้อก่อนการยืดเหยียดได้

Scroll to Top