หลายคนที่ชอบวิ่งออกกำลังกาย หรือแม้แต่ลุกนั่งบ่อ ยๆ อาจกำลังเผชิญปัญหาปวดเข่าที่น่ารำคาญ โดยเฉพาะอาการปวดบริเวณใต้ลูกสะบ้า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของ “เอ็นหัวเข่าอักเสบ” โดยไม่รู้ตัว แต่คำถามคือ อาการนี้คืออะไรกันแน่ และการทำกายภาพบําบัดเพื่อรักษาเอ็นหัวเข่าอักเสบจะช่วยให้หายขาดได้จริงไหม วันนี้ MS Rehab Clinic จะมาไขข้อสงสัยนี้ให้เอง
เอ็นหัวเข่าอักเสบ มีอาการอย่างไร
การรู้อาการของเอ็นหัวเข่าอักเสบ จะช่วยให้คุณประเมินตัวเองได้เร็วขึ้น เพราะหลายคนอาจแยกไม่ออกว่าอาการเจ็บที่เป็นอยู่นั้นเกิดจากอะไร อาการเอ็นหัวเข่าอักเสบคือการที่เส้นเอ็นที่เชื่อมต่อลูกสะบ้ากับกระดูกหน้าแข้งเกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บสะสม ซึ่งจะมีอาการที่แสดงชัดเจน ดังนี้
- ปวดบริเวณใต้ลูกสะบ้า : นี่คืออาการเด่นชัดที่สุด จะรู้สึกปวดตึงหรือเจ็บจี๊ด ๆ บริเวณใต้ลูกสะบ้า เมื่อกดลงไปจะเจ็บชัดเจน
- ปวดมากขึ้นเมื่อเคลื่อนไหว : อาการปวดจะชัดขึ้นเมื่อต้องใช้งานข้อเข่าหนัก ๆ เช่น กระโดด วิ่ง ขึ้นลงบันได หรือแม้แต่การลุกจากเก้าอี้หลังจากนั่งนาน ๆ
- บวม หรือรู้สึกอุ่น : ในระยะเฉียบพลัน อาจมีอาการบวมเล็กน้อย หรือรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณที่เส้นเอ็นอักเสบเมื่อเทียบกับอีกข้าง
- ข้อเข่าติดขัด: อาจรู้สึกฝืดหรือตึงบริเวณข้อเข่า โดยเฉพาะในตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือหลังจากการพักในท่าเดิมนาน ๆ
สาเหตุที่ทำให้เอ็นหัวเข่าอักเสบ เกิดจากอะไร

สาเหตุหลักของเอ็นหัวเข่าอักเสบมักมาจากการใช้งานที่หนักเกินไปจนเกิดการบาดเจ็บเล็ก ๆ สะสมที่เส้นเอ็นซ้ำ ๆ จนร่างกายซ่อมแซมไม่ทัน ซึ่งมักเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ที่หลายอาจไม่รู้ตัว ได้แก่
- การใช้งานหนักซ้ำ ๆ : พบได้บ่อยในนักกีฬาที่ต้องกระโดดหรือวิ่งเป็นประจำ เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล หรือนักวิ่ง ทำให้เกิดแรงกระชากที่เส้นเอ็นซ้ำ ๆ
- กล้ามเนื้อไม่สมดุล : ปัญหาที่พบบ่อยมาก คือ กล้ามเนื้อต้นขาหรือกล้ามเนื้อสะโพกไม่แข็งแรง ทำให้ภาระทั้งหมดไปตกอยู่ที่เส้นเอ็นหัวเข่าแทน
- การบาดเจ็บเฉียบพลัน : เกิดจากอุบัติเหตุ การกระแทก หรือการบิดเข่าอย่างรุนแรง ทำให้เส้นเอ็นบาดเจ็บทันที
- ปัจจัยอื่น ๆ : เช่น อายุที่มากขึ้นทำให้เส้นเอ็นเสื่อมสภาพ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือการใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมกับการออกกำลังกาย
เอ็นหัวเข่าอักเสบ กายภาพบําบัดรักษาได้ไหม
เอ็นหัวเข่าอักเสบสามารถรักษาด้วยกายภาพบำบัดได้ และเป็นวิธีที่นิยมในปัจจุบันในเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยไว้ให้หายเอง เพราะอาการปวดอาจจะลดน้อยลง แต่จะไม่หายขาดและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำและเรื้อรังมากขึ้นได้
วิธีรักษาเอ็นหัวเข่าอักเสบด้วยเทคนิคกายภาพบำบัด ที่ MS Rehab Clinic

ที่ MS Rehab Clinic เรามุ่งเน้นการทำกายภาพบําบัดเอ็นหัวเข่าอักเสบแบบองค์รวม โดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ โดยจะตรวจประเมินอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่ทันสมัยในการรักษา ได้แก่
- เทคโนโลยีเลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser Therapy) : เป็นเทคโนโลยีการทำกายภาพบําบัดรักษาเอ็นหัวเข่าอักเสบในระยะเฉียบพลัน หรือเพิ่งบาดเจ็บมาไม่นาน เรามักใช้ High Power Laser Therapy พลังงานแสงเลเซอร์จะลงลึกถึงระดับเซลล์ ช่วยลดการอักเสบและอาการปวดบวมได้อย่างรวดเร็ว กระตุ้นให้ร่างกายเริ่มกระบวนการซ่อมแซมทันทีโดยไม่รู้สึกเจ็บ
- คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy) : สำหรับเคสเรื้อรัง ปวดมานาน หรือมีพังผืดเกาะแน่น Shockwave Therapy คือนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การทำกายภาพบําบัดรักษาเอ็นหัวเข่าอักเสบด้วยวิธีนี้ จะส่งคลื่นกระแทกลงไปสลายพังผืดและหินปูนที่เกาะบริเวณเส้นเอ็น กระตุ้นให้ร่างกายเกิดการซ่อมแซมใหม่ จึงเห็นผลเร็วในเคสที่รักษาวิธีอื่นไม่หาย
- การฝังเข็มแบบตะวันตก (Dry Needling) : หลายครั้งอาการปวดเอ็นเข่า มาจากกล้ามเนื้อต้นขาหรือสะโพกที่ตึงตัวมาก การทำกายภาพบําบัดเอ็นหัวเข่าอักเสบจึงต้องมองที่กล้ามเนื้อส่วนอื่นด้วย Dry Needling จะช่วย คลายปมกล้ามเนื้อที่หดเกร็งเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ ลดแรงดึงรั้งที่กระทำต่อเอ็นหัวเข่า
- การออกกำลังกายเฉพาะบุคคล (Therapeutic Exercise) : หัวใจสำคัญของการทำกายภาพบําบัดเอ็นหัวเข่าอักเสบ คือการออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายเพื่อแก้ไขต้นตอ เช่น การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก (Gluteus Medius) และการยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่ตึงตัว เพื่อปรับสมดุลโครงสร้างและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ เพราะภาวะเส้นเอ็นอักเสบทั่วไปมักตอบสนองดีต่อการฟื้นฟูด้วยการทำกายภาพบําบัด
การดูแลตัวเองเบื้องต้น และป้องกันเอ็นหัวเข่าอักเสบซ้ำ
นอกจากการทำกายภาพบําบัดเอ็นหัวเข่าอักเสบที่คลินิกแล้ว การดูแลตัวเองที่บ้านก็สำคัญมาก เพราะเป็นแนวทางป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ ซึ่งวิธีแลตัวเองเบื้องต้น มีดังนี้
- ระยะอักเสบ (48-72 ชั่วโมงแรก) : ใช้หลัก R.I.C.E. คือ Rest (พักการใช้งาน) Ice (ประคบเย็น 15-20 นาที เพื่อลดบวม) Compression (พันผ้ายืดเพื่อลดบวม) และ Elevation (ยกขาสูงกว่าระดับหัวใจ)
- ระยะเรื้อรัง (หลังอักเสบ): อาจใช้การประคบอุ่นสลับเย็นเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด และเริ่มยืดเหยียดกล้ามเนื้อต้นขาและน่องเบา ๆ
- การยืดเหยียด : เน้นยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า และด้านหลังค้างไว้ 15-30 วินาที
แนวทางป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
- Warm-up & Cool-down : ต้องอุ่นเครื่องก่อนออกกำลังกาย และยืดเหยียดหลังออกกำลังกายเสมอ
- ปรับท่าทาง : หลีกเลี่ยงการนั่งยอง ๆ คุกเข่า หรือขึ้นลงบันไดบ่อยเกินความจำเป็น
- เลือกรองเท้า : ใส่รองเท้าที่เหมาะสมกับประเภทกีฬาและการออกกำลังกาย
รักษาเอ็นหัวเข่าอักเสบให้หายขาด ต้องที่ MS Rehab Clinic
การจะรักษาเอ็นหัวเข่าอักเสบให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำ ต้องอาศัยการทำกายภาพบําบัดที่ตรงจุด ที่ MS Rehab Clinic เรามีทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดวิชาชีพที่เชี่ยวชาญการวิเคราะห์โครงสร้างและการเคลื่อนไหว พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล การทำกายภาพบําบัดรักษาเอ็นหัวเข่าอักเสบกับเราจึงมั่นใจได้ว่าเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ เพื่อให้คุณกลับไปวิ่ง ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร : 061-416-1538 IG : ms_rehabclinic LINE : @msrehabclinic Facebook : MS REHAB Clinic
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอ็นหัวเข่าอักเสบ
เอ็นหัวเข่าอักเสบ ถ้าพักอย่างเดียวจะหายเองได้ไหม
การพักอาจช่วยลดปวดในระยะเฉียบพลันได้ แต่ต้นตอ (เช่น กล้ามเนื้อไม่สมดุล) อาจยังอยู่ ทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง การทำกายภาพบําบัดเอ็นหัวเข่าอักเสบ จึงช่วยแก้ปัญหาที่โครงสร้างและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ดีกว่า
ทำกายภาพบําบัดเอ็นหัวเข่าอักเสบต้องใช้เวลากี่วันหาย
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความรุนแรง (เฉียบพลัน/เรื้อรัง) และการดูแลตัวเองของผู้ป่วยแต่ละคน อาการเฉียบพลันอาจดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ แต่เรื้อรังอาจใช้เวลาหลายเดือน ไม่สามารถระบุจำนวนวันตายตัวได้ ส่วนใหญ่มักรู้สึกดีขึ้นตั้งแต่ 1-3 ครั้งแรก
การทำกายภาพบําบัดเอ็นหัวเข่าอักเสบเน้นรักษาอะไรเป็นหลัก
เน้นลดปวด ลดการอักเสบ เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อที่ตึงตัว เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกที่อ่อนแรง และปรับท่าทางการเคลื่อนไหวให้ถูกต้อง เพื่อลดภาระที่เอ็นหัวเข่า
นอกจากทำกายภาพบำบัดแล้ว ควรดูแลตัวเองเพิ่มเติมอย่างไร
ควรปฏิบัติตามหลัก RICE (พัก ประคบเย็น พันผ้ายืด ยกขาสูง) ในช่วงแรก โดยยืดเหยียดกล้ามเนื้อตามที่นักกายภาพแนะนำ เลือกรองเท้าที่เหมาะสม และปรับลดกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวด


